สมาชิกเข้าระบบ






















/ คุยเรื่องพระเครื่อง > คุยเรื่องพระเครื่องทั่วไป > พระปิดตาหลวงปู่ยิ้มพิมพ์อุ้มท้องหรือพิมพ์สังกัจจาย ลงรักเนื้อเหลือง

พระปิดตาหลวงปู่ยิ้มพิมพ์อุ้มท้องหรือพิมพ์สังกัจจาย ลงรักเนื้อเหลือง

พระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี
ในชุดเบญจะพระปิดตาเนื้อผง พระปิดตาของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี ถูกจัดเข้าทำเนียบพระปิดตายอดนิยม จากประสบการณ์และคุณค่าของการเล่นหา ในปัจจุบันจึงเป็นวัตถุมงคลที่หาได้ยากยิ่ง
ตามประวัติของหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี เป็นที่กล่าวโจษขานกันมานาน ทั้งทางด้านจริยานุวัตร วิชาอาคมและผู้ทรงด้วยอิทธิอภิญญา จึงมีพระเกจิอาจารย์หลายท่าน ที่ต่างเข้ามาฝากตัวเป็นลูกศิษย์เรียนวิชากับหลวงปู่
และวัตถุมงคลของที่ท่านสร้างออกมานั้น ก็เป็นที่รู้จักนิยมกันทั่วไป อย่างเช่นตะกรุดโทน ตะกรุดลูกอมหัวใจโลกธาตุ ตะกรุดมะขามเรียง และพระปิดตา เป็นต้น โดยกล่าวกันว่าพระปิดตาหลวงปู่ยิ้ม สร้างด้วยมวลสารอันเป็นมหามงคลหลายๆประการ มีทั้งว่านกับเกษร 108 ผงอิทธิเจ ผงพุทธคุณ และยังใส่ดินรังหมาร่า รังชันโรงเข้าเป็นส่วนผสม
พิมพ์ทรงที่พบเห็นกัน แบ่งออกได้เป็นหลายพิมพ์ เช่นพิมพ์ชลูด(พิมพ์นิยม) พิมพ์อุ้มท้องหรือพิมพ์สังกัจจาย และพิมพ์แข้งซ้อน ส่วนองค์ที่นำมาลงให้ชมนี้ เป็นพระปิดตาหลวงปู่ยิ้มพิมพ์อุ้มท้องหรือพิมพ์สังกัจจาย หรือบางท่านก็เรียกว่าพิมพ์พุงป่อง มีวรรณเนื้อออกสีนวลเหลือง ทางด้านหลังกดเรียบ เป็นพระเนื้อผงที่ลงจุ่มรักรักษาเอาไว้อีกที
ประวัติหลวงปู่คราวๆครับ
หลวงปู่เฒ่ายิ้มได้สร้างพระและเครื่องรางไว้หลายชนิด อาทิ ตระกรุดโลกธาตุ พระปิดตา มีดหมอ เชือกคาดเอว เป็นต้น หลวงปู่ยิ้ม เป็นชาววังด้ง จ.กาญจนบุรี เกิดปีมะโรง เดือนห้า วันอังคาร พ.ศ. 2387 เป็นบุตร นายยิ่ง นางเปี่ยม บิดามารดาประกอบอาชีพค้าไม้ไผ่ล่องไปขายที่ปากอ่าวแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวัยเด็กท่านมีอุปนิสัยใจคอเป็นคนเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ เป็นนักเลง พูดจริงทำจริง เด็กรุ่นเดียวกันหรือแก่กว่ายอมยกให้เป็นลูกพี่ ท่านได้เป็นกำลังช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพค้าไม้ไผ่ล่องไปขายทางปากอ่าว จนคุ้นเคยกับชาวแม่กลองเป็นอันดี ครั้นได้อายุครบบวช ได้อุปสมบทที่วัดทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โดยมี พระอาจารย์กลีบ วัดหนองบัว เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แดง วัดเหนือ และพระอาจารย์อินทร์ วัดทุ่งสมอ เป็นพระคู่สวด ได้รับฉายาว่า จนฺทโชติ เมื่อบวชเรียนแล้วเรียนอักษรขอม ภาษาบาลี มงคลทีปนี มูลกัจจายน์ พระมาลัย พระเจ้า 10 ชาติ ท่องสูตรสนธิจนช่ำชอง สามารถท่องจำพระปาฏิโมกข์สวดได้แต่พรรษาที่ 2 ด้วยท่านชอบวิชาความรู้ จึงได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์แดงพระคู่สวดว่า เมืองบางช้าง (สมุทรสงคราม) มีพระอาจารย์เก่ง ๆ หลายวัด วิชาแขนงต่าง ๆ ไม่ซ้ำกัน ท่านจึงได้มุ่งมาทางเมืองบางช้าง ซึ่งท่านมีความคุ้นเคยอยู่ตั้งแต่สมัยที่ติดตามครอบครัวล่องแพไม้ไผ่ไปขาย วัดแรกที่ท่านเข้าไปศึกษา คือ วัดบางนางลี่น้อย อำเภออัมพวา มีหลวงพ่อพระปลัดทิม อุปัชฌาย์เก่าแก่ของวัด เรียนทางน้ำมนต์โภคทรัพย์ ยุคนั้นเชื่อว่าใครได้อาบน้ำมนต์วัดนี้ คนจนก็จะรวย ถ้าเป็นขุนนางก็จะได้เลื่อนยศฐาบรรดาศักดิ์ พระปลัดทิมมีวิชาทำผงทางเมตตามหานิยม และวิชาโหราศาสตร์ ฤกษ์ล่าง ฤกษ์บนต่างๆ ปัจจุบันวัดนี้ได้ถูกน้ำเซาะตลิ่งจมหายไปในแม่น้ำแม่กลองแล้ว วัดต่อมาคือ วัดลิงโจน ต่อมาเรียกว่า วัดปากสมุทรสุดคงคา คืออยู่ปากอ่าวแม่กลอง กับหลวงพ่อพ่วง ท่านมีวิชาทำธงกันอสุนีบาตสายฟ้า และพายุคลื่นลม ชาวเรือทะเลนับถือมาก วิชาหวายลงอักขระของท่าน ทำเป็นรูปวงกลม ว่ากันว่าเวลาขาดน้ำจืด เอาหวายโยนลงทะเลแล้วตักน้ำ ภายในวงหวายจะได้น้ำจืดทันที ลูกอมหมากทุย ก็ลือชื่อ หลวงพ่อรูปนี้สำเร็จจินดามณีมนต์เรียกปลาเรียกเนื้อได้แบบพระสังข์ทอง อาจารย์ต่อมาคือหลวงพ่อกลัด วัดบางพรม อัมพวา เรียนทางมหาอุด ผ้าเช็ดหน้าทาง มหานิยม เชือกคาดเอวถักเป็นรูปกระดูกงู กันเขี้ยวงาและทางคงกระพันชาตรี ท่านองค์นี้ย่นหนทางได้ ข้ามแม่น้ำลำคลองไม่ต้องใช้เรือแพ และ หลวงพ่อแจ้ง วัดประดู่ อัมพวา เรียนทางแพทย์แผนโบราณ มีดหมอปราบภูติผีปีศาจ ทางมหาประสาน เชือกคาดชื่อตะขาบไฟหรือไส้หนุมาน มีดตะกรุดคู่อยู่หัวเชือก จากนั้นท่านยังได้ไปศึกษาอยู่กับพระอาจารย์ในถ้ำพุพระ (ถ้ำขุนแผน)เมืองกาญจนบุรี พระอาจารย์องค์นี้มีอายุร้อยกว่าปี ชำนาญอภิญญามีอิทธิคุณถึงล่องหนหายตัวได้ ตามประวัติบันทึกของพระโสภณสมาจารย์กล่าวว่า "หลวงพ่อยิ้มชอบทางรุกขมูลธุดงค์วัตร ออกพรรษาแล้วเข้าป่าเจริญสมาธิในป่าลึก ท่านรู้จักภาษา นก กา สัตว์ป่าทุกชนิด จิตกล้าเข้าทุกที จะทำเครื่องรางชนิดใดก็ขลังไปทุกอย่าง" หลวงปู่ยิ้มได้เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองบัวต่อจากหลวงพ่อกลิ่น ท่านได้ปฏิบัติทางวิปัสนาธุระจนมีชื่อเสียง และเป็นอาจารย์สอนทางวิปัสสนากรรมฐาน ต่อมาท่านได้สร้างเครื่องรางขึ้นหลายอย่าง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการนำไปใช้ติดตัวเป็นที่พึ่งที่ระลึก หนึ่งในเครื่องรางที่มีชื่อเสียงของท่านคือตะกรุดลูกอมหรือ "ตะกรุดโลกธาตุ" เป็นตะกรุดขนาดเล็กใช้พกติดตัว เมื่อถึงคราวคับขันจวนตัวจะถูกทำร้ายให้กลืนเข้าไปในท้อง จะเป็นล่องหนหายตัวป้องกันอันตรายได้ทุกประการ ตะกรุดนี้เชื่อว่าสามารถออกมาจากร่างกายได้เอง โดยให้ตั้งจิตอธิษฐานก่อนนอน รุ่งขึ้นตะกรุดก็จะออกมาปรากฏอยู่ข้างตัวนั่นเอง โดยจะไม่ออกทางทวารเบื้องต่ำเด็ดขาด จึงเรียกว่าตะกรุดลูกอม ลงด้วยหัวใจโลกธาตุคือ ?อิจฉันโต จิตโต อิจฉันโต โลกธาตุมหิ อัตตะภาเวนัง นาทุยิ วาระวีสะติ สิทธังละอะ? เป็นคาถาพระพุทธเจ้าเดินจงกรมในเมล็ดพันธุ์ผักกาด ทำด้วยทองคำ เงิน หรือทองแดง ต้องมีน้ำหนัก 1 สลึง ยาวขนาด 7 ใบมะขามเรียกว่า สัตตะโพชฌงค์ 7 ตะกรุดโลกธาตุมีชื่อเสียงปรากฎทั่วประเทศ อาศัยที่ท่านได้ศึกษามาหลายอาจารย์และนำมาคิดค้นต่อจนสำเร็จ ท่านได้ถ่ายทอดวิชาให้สานุศิษย์ต่อมา เล่ากันมาว่า ศิษย์คนใดขอเรียนตะกรุดลูกอม จะต้องทดลองนั่งสมาธิเพ่งจนขนาดไส้เทียนขาดด้วยอำนาจจิต ท่านจึงจะมอบวิชาให้ แต่จากคำบอกเล่าของ พระครูสุนทรธรรมกิจ (หยอด) อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วเจริญ อัมพวา ระบุว่า เป็นเพียงอุบายที่หลวงปู่ยิ้มลองใจสานุศิษย์เพื่อทดสอบความมุ่งมั่นเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเพ่งไส้เทียนจริงๆ และพระราชมงคลวุฒาจารย์ (ใจ) วัดเสด็จ ก็ไม่ได้นั่งเพ่งไส้เทียนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่ยังไม่ได้ข้อสรุปยุติ นอกจากนี้ท่านยังทำพระปิดตาแบบภควัมบดี เนื้อผงสีขาว และสีดำ และพระผงยืนห้ามญาติด้านหลังมียันต์อกเลา พระผงแบบนั่งสมาธิ สมเด็จเล็บมือ พระผงปางห้ามญาติ และเชือกคาดเอว กิตติคุณของท่านเป็นที่เลื่องลือไปหลายหัวเมือง ทั้งเจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ อาทิ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งโปรดวิชาไสยศาสตร์ ได้ไปหาท่านที่วัดถึง 2 ครั้ง และเลื่อมใสนับถือท่านเป็นอาจารย์ ขอเรียนวิชาและได้มีดหมอจากท่าน 1 เล่มไว้ใช้เป็นของประจำพระองค์ มีดหมอมีสรรพคุณปราบภูตผีปีศาจ และปราบคนที่อยู่ยงคงกระพัน ไม่ว่าผู้นั้นจะเก่งเพียงไรก็คุ้มไม่ได้ มีติดตัวไว้ยังป้องกันอันตรายและแคล้วคลาด เสด็จในกรมฯ ทรงโปรดมาก ทั้ง ๆ ที่พระองค์ท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า ชัยนาท มาแล้ว ก็ยังเกรงวิชาของหลวงปู่เฒ่ายิ้ม และแม้หลวงพ่อศุข วัดมะขามเฒ่า ท่านยังเคยธุดงค์มาจำวัดวัดหนองบัว และได้แลกเปลี่ยนวิชากัน แม้ทุกวันนี้เครื่องรางของขลังของหลวงปู่ศุขวัดมะขามเฒ่าก็ยังหลงเหลืออยู่กับคนหนองบัวบ้าง พระยาประสิทธิสงคราม (นุช มหานีรานนท์) เจ้าเมืองกาญจนบุรีสมัยนั้น ถ้าลงมาราชการที่กรุงเทพฯ คนทางกรุงเทพฯจะต้องถามว่า "เจ้าคุณมีตะกรุดลูกอมวัดหนองบัวมาฝากบ้างหรือเปล่า" ทำให้เห็นว่า เจ้านายและข้าราชการผู้ใหญ่ทางกรุงเทพฯ นับถือกันมาก เชือกคาดเอวของท่าน ป้องกันงู สัตว์มีพิษต่าง ๆ คุ้มได้ตลอดจนเขี้ยวงา ถึงขนาดว่าสุนัขตรงเข้ามาจะกัดก็อ้าปากไม่ขึ้น มีคนนิยมนำติดตัวเข้าป่ากันไข้เจ็บได้ ผลประจักษ์มาแล้ว และวิชาเชือกนี้ หลวงปู่เหรียญศิษย์ของท่านก็ทำแจกต่อมาใช้ได้ผลเช่นกัน สำหรับพระปิดตาภควัมบดีผงขาวและดำนั้น ดีทางเมตตาและหาลาภ ซื้อง่าย ขายคล่อง ทำให้คนร่ำรวยเป็นเศรษฐีมานักแล้ว ตะกรุดคลอดบุตรง่ายทำด้วยทองแดง ตะกั่ว ก็มีคนนิยม พวกผู้หญิงมีครรภ์มาขอท่านเสมอ ท่านแจกให้พร้อมกับดอกบัวเสกไปต้มน้ำรับประทาน จะบำรุงครรภ์และทำให้บุตรมีสติปัญญาดี หลวงปู่ยิ้มมีอุปนิสัยสันโดษ ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ท่านเป็นเจ้าคณะตำบลและเป็นพระอุปัชฌายะ มีคนบวชกับท่านเป็นจำนวนมาก ท่านยังไม่หวงแหนวิชาความรู้ ใครจะมาขอเรียน ถ้านั่งสอบไส้เทียนขาด แสดงว่าพลังจิตสูง ก็จะประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ทันที สานุศิษย์ของหลวงปู่ยิ้ม 1. พระโสภณสมาจาร (เหรียญ) ศิษย์ต้นกุฏิ ซึ่งท่านใช้ให้ลงเครื่องรางของขลัง ตั้งแต่สมัยหลวงปู่ยิ้มยังมีชีวิตอยู่ ท่านยังเป็นพระอาจารย์ให้ศีลแก่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เมื่อครั้งบรรพชาเป็นสามเณร 2. พระเทพมงคลรังษี (ดี) วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ)อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เป็นพระอุปัชญายะให้แก่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครั้งยังเป็นสามเณร 3. พระกาญจนวัตรวิบูลย์ (สอน) วัดลาดหญ้า 4. พระโสภณสมณกิจ (หัง) วัดเหนือ 5. พระครูวัตตสารโสภณ (ดอกไม้) วัดดอนเจดีย์ ส่วนเมืองสมุทรสงคราม มี 1. พระราชมงคลวุฒาจารย์ (ใจ) วัดเสด็จ อดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เล่ากันว่าได้รับความชมเชยจากท่านว่านั่งไส้เทียนขาดเร็วกว่าท่านด้วย พระราชมงคลฯ เป็นศิษย์ของหลวงพ่อจุ้ย วัดบางเกาะ อัมพวา ไปเรียนวิชาลูกอมแล้วท่านคิดสินสอดไหม 5 สี เป็นปัญจศีล 5 เพิ่มขึ้น พระราชมงคลวุฒาจารย์ อายุยืนถึง 100 ปี มีคนเคารพนับถือมาก 2. พระอธิการแช่ม โสฬส วัดจุฬามณี อัมพวา ท่านเป็นศิษย์ของ หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม เป็นอาจารย์รุกขมูล ไปพบหลวงพ่อยิ้ม กลางป่าเขตเมืองกาญจนบุรี สอบนั่งเพ่งไส้เทียนขาดได้ จึงได้วิชา พระอธิการแช่มเก่งทางสร้างตะกรุดใบลาน และตะกรุดหนังลูกวัวตายท้องกลม 3. พระครูสกลวิสุทธิ์ (เหมือน รัตนสุวรรณ) วัดกลางเหนือ อำเภอบางคนที อายุยืนถึง 97 ปี ท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อกลัดวัดบางพรม สอบไล่ได้ลูกอมมา หลวงพ่อองค์นี้ทางเมตตามหานิยม ผงอิธะเจ มหาราช ปถมัง เก่งมาก ผ้าเช็ดหน้า ธงค้าขาย ก็มีชื่อเสียง นอกจากที่กล่าวมานี้ยังมีอีกหลายรูป หลวงปู่ยิ้ม จันทโชติ ถึงแก่มรณภาพเมื่อ พ.ศ.2453 สิริอายุได้ 66 ปี เมื่อท่านได้ถึงมรณภาพแล้ว ตำรับตำราต่าง ๆ ของท่านก็เป็นมรดกตกทอดมาถึงเจ้าคุณพระโสภณสมาจาร (เหรียญ)วัดหนองบัว และสานุศิษย์ที่สืบทอดวิชาก็ได้สร้างเครื่องรางเจริญรอยตามแบบท่านสืบมาจนปัจจุบัน ขอบคุณรูปเเละข้อมูล จาก...เวปสารานุกรมพระ ครับ ในบรรดาแหวนพิรอดจากหลายๆสำนัก แหวนพิรอดหลวงปู่ยิ้ม นับเป็นหนึ่งในแหวนพิรอดยอดนิยมที่จัดอยู่ในอันดับต้นๆเช่นกัน เคยได้กล่าวไว้แล้วว่า เครื่องรางไม่มีรูปแบบที่ตายตัว แต่จะต้องมีเอกลักษณ์ที่สังเกตได้ ดังนั้นการที่จะได้ข้อยุติในเครื่องรางแต่ละชิ้น แต่ละสำนัก ล้วนแต่จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ เคยต้องเห็นหรือสัมผัสมามาก บางครั้งจำเป็นต้องถาม เพราะความรู้ต่างๆที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นต่อรุ่น อาจขาดตอนหายไปบ้าง แหวนพิรอดหลวงปู่ยิ้มถักจากผ้ายันต์ โดยการนำผ้ายันต์มาม้วนเป็นเส้นแล้วจุ่มหรือทาด้วยน้ำข้าว เพื่อให้ผ้ายันต์ที่ม้วนตัวเป็นเส้นอยู่ไม่ฟูขึ้นมา ทำให้แน่นขึ้นสะดวกในการถัก ก่อนถักจะมีการนำด้ายสายสินญ์มามัดทับผ้ายันต์ไว้ให้สวยงาม จึงเริ่มลงมือถักเป็นแหวนพิรอดขึ้นมา เสร็จแล้วนำไปลงรักน้ำเกลี้ยงอีกครั้ง เพื่อให้แหวนพิรอดมีความแข็งแรงขึ้น และเป็นการรักษาผิวของด้ายสายสินญ์และผ้ายันต์ไว้ การพิจารณาแหวนพิรอดหลวงปู่ยิ้ม โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นลักษณะการถัก สีสันของแหวน ตลอดจนรักน้ำเกลี้ยง จะแตกต่างไปจากแหวนของสำนักอื่นมาก โดยเฉพาะสีสันของแหวนจะออกไปทางน้ำตาลอมแดงเสียมากกว่าจะเป็นดำ ลักษณะของรักน้ำเกลี้ยงจะซึมเป็นเนื้อเดียวกันกับตัวแหวน ตามซอกอาจมีขุยให้สังเกตได้
ติชมได้เต็มที่ครับ ผิดถูกไม่ว่ากัน
โดย :
Iron (เหล็ก) Iron (เหล็ก)
เสน่ห์พระผง

วันที่ : 13 สิงหาคม 2554 เวลา 15:48:50 น.
อัพเดท : 13 สิงหาคม 2554 เวลา 15:48:50 น.
เปิดอ่าน : 7,289 ครั้ง
Iron (เหล็ก) Iron (เหล็ก)
เสน่ห์พระผง

ความเห็นที่ 1

ด้านหลังครับ
วันที่ : 13 สิงหาคม 2554 เวลา 15:49:55 น.
ต้องล็อกอินก่อนจึงจะออกความคิดเห็นได้ คลิกที่นี่เพื่อล็อกอิน